ความยุติธรรมและความเสมอภาคที่แท้จริงไม่มีในโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเลือกข้างและกำหนดจุดยืนให้ชัดเจน เพื่อจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...
3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ
2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์
1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์
สด จาก เอเชียอัพเดท
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 084. ฟาวล์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 084. ฟาวล์ แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ฟาวล์ โดย กาหลิบ

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง ฟาวล์
โดย กาหลิบ
แผนหาเรื่องกัมพูชาผู้เป็นเพื่อนบ้านอาเซียน ซึ่งปฏิบัติการโดยสมาชิกและแนวร่วมของกลุ่มที่เรียกตนเองว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการวิ่งไปกราบขอร้องเขาเพื่อให้ปล่อยตัว คนที่ต้องวิ่งเต้นตามหน้าที่ก็มิใช่ใครอื่น ก็ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศในโควต้าพันธมิตรฯ ซึ่งกระโดดออกมาเล่นตามบทละครเก่าของฝ่ายเชียร์สีเหลืองทุกประการ
กัมพูชาเขาก็ตอบเรียบๆ ว่าศาลจะเป็นผู้ตัดสินว่า นายวีระ สมความคิด นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ และคนเดินตามอีก ๕ คนจะมีความผิดฐานเข้าเมืองของเขาโดยไม่ได้รับอนุญาตและบุกรุกพื้นที่ของทหารกัมพูชาหรือไม่และอย่างไร
เครือข่ายสื่อฝ่ายอำนาจเก่าและส่วนที่มีผลประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรฯ ก็โหมกันว่ากัมพูชาทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ พยายามที่จะยกให้เป็นเรื่องของลัทธิชาตินิยม
แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่และประชาชนเกือบทั้งประเทศก็ไม่รับลูก และกลับสงสัยว่าคนเหล่านี้ทำเช่นนั้นไปทำไม ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศก็ลดลงจนแทบจะไม่มีความเสี่ยงแล้ว คณะทำงานของทั้งสองชาติก็กำลังหาทางแก้ไขปัญหาดินแดนกันอย่างอารยชนอยู่
แผนหาเรื่องที่กะให้ลุกลามใหญ่โตจนเป็นเรื่องระหว่างชาติ จึงกลายเป็นเรื่องฮาเรื่องใหม่ที่ทุกฝ่ายเอามาเล่ากันอย่างสนุกสนานอยู่ในขณะนี้
คนที่กำลังกัดฟันด้วยความโกรธจึงไม่ใช่กัมพูชาหรือขบวนประชาธิปไตยไทยเพราะกำลังสนุกเฮฮากันอยู่ แต่กลับกลายเป็นคนบางคนใน “ที่สูง” ที่หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะนำไปสู่ความร้าวฉานระหว่างไทยกับกัมพูชาถึงระดับที่จะส่งสัญญาณให้ทหารออกมายึดอำนาจได้
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดาว์พงศ์ รัตนสุวรรณ และพวก ก็คงหงุดหงิดใจไม่แพ้กัน เพราะทำให้ทุกอย่างเสียจังหวะไปหมด จนเสียหลักไปทั้งกระบวน
ความจริงพวกนี้เขาก็รู้ว่าเรื่องกระจอกงอกง่อยเยี่ยงนี้คงจะนำมาเป็นเหตุผลของรัฐประหารได้ลำบาก แต่ลึกๆ คงหวังจะเอามาเป็นขั้นต้นของแผนใหญ่ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่านั้น แผนอื่นๆ ซึ่งยังมิได้ปฏิบัติเหล่านี้ รวมไปถึงการทำลายสัญลักษณ์ของสถาบันระดับสูงแล้วโยนให้เป็นความผิดของฝ่ายประชาธิปไตยด้วย นั่นจึงมีน้ำหนักพอที่เขาจะผลักเมืองไทยกลับไปสู่วงจรอุบาทว์
แต่เมื่อคนทั้ง ๗ กลายเป็น “โจ๊ก” ข้ามชาติจนแผนขั้นแรกล่มลงเสียแล้ว โอกาสที่ฝ่ายเขาจะลงบันไดไปจนถึงนรกภูมิที่เขานึกกันว่าเป็นสวรรค์ชั้นฟ้าของตัวเอง ก็หมดสิ้นลงไปด้วย
อย่างน้อยก็ต้องรอ เพราะคงทำซ้ำไม่ได้ในระยะนี้
ความจริงงานนี้พันธมิตรฯ เขาก็ลงทุนมาก เพราะมิได้ทำงานชิ้นเดียว พันธมิตรฯ ได้ไปตั้งเวทีในพื้นที่ต่างๆ หลายจังหวัดเพื่อปลุกเร้ากระแสต่อต้านกัมพูชาหลายครั้ง แต่ก็ผู้คนก็มาร่วมบางตาจนต้องขอแรงชาวอโศกมานั่งให้มีตัวคนเป็นๆ อยู่ในงานบ้าง
ฝ่ายทหารก็รับบทอื่นๆ ที่สอดรับกัน เช่น ส่งคนในเครื่องแบบเข้าไปลักลอบตัดไม้พยุงในกัมพูชาเพื่อยั่วยุเขา เป็นต้น ทหารกัมพูชาก็ยิงตอบโต้ แต่ไม่ปล่อยตัวจนถลำเข้าสู่การรบเต็มรูปแบบอย่างที่ผู้ยั่วยุสัญชาติไทยหวัง พอเขาฉลาดรู้ทันกว่าที่คิด กิจกรรมยั่วยุเหล่านี้ก็ฟาวล์ นักกิจกรรมรับจ้างทั้งที่ใส่เครื่องแบบและไม่ใส่ก็ข้ามแดนกลับมาอย่างอายๆ
นายวีระฯ นายพนิชฯ และพวกจึงมิได้แสดงความกล้าหาญอะไรตามที่เขาหวังจะให้คนทั่วไปเห็นและรู้สึก แต่เป็นคนชนิดที่รับคำสั่งมาแล้วก็ดั้นด้นทำไป ไม่ว่าโง่หรือฉลาดก็ขอให้ได้ทำ สุดท้ายคนที่มีปัญหาคือคนใหญ่ที่แอบสั่งการอยู่เบื้องหลัง ที่ตีสนุกเกอร์ตัวเองจนไม่มีมุมถอยมุมหลีกอีกต่อไป
เครือข่ายสื่อฝ่ายอำนาจเก่าและส่วนที่มีผลประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรฯ ก็โหมกันว่ากัมพูชาทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ พยายามที่จะยกให้เป็นเรื่องของลัทธิชาตินิยม
แต่สื่อมวลชนส่วนใหญ่และประชาชนเกือบทั้งประเทศก็ไม่รับลูก และกลับสงสัยว่าคนเหล่านี้ทำเช่นนั้นไปทำไม ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศก็ลดลงจนแทบจะไม่มีความเสี่ยงแล้ว คณะทำงานของทั้งสองชาติก็กำลังหาทางแก้ไขปัญหาดินแดนกันอย่างอารยชนอยู่
แผนหาเรื่องที่กะให้ลุกลามใหญ่โตจนเป็นเรื่องระหว่างชาติ จึงกลายเป็นเรื่องฮาเรื่องใหม่ที่ทุกฝ่ายเอามาเล่ากันอย่างสนุกสนานอยู่ในขณะนี้
คนที่กำลังกัดฟันด้วยความโกรธจึงไม่ใช่กัมพูชาหรือขบวนประชาธิปไตยไทยเพราะกำลังสนุกเฮฮากันอยู่ แต่กลับกลายเป็นคนบางคนใน “ที่สูง” ที่หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะนำไปสู่ความร้าวฉานระหว่างไทยกับกัมพูชาถึงระดับที่จะส่งสัญญาณให้ทหารออกมายึดอำนาจได้
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดาว์พงศ์ รัตนสุวรรณ และพวก ก็คงหงุดหงิดใจไม่แพ้กัน เพราะทำให้ทุกอย่างเสียจังหวะไปหมด จนเสียหลักไปทั้งกระบวน
ความจริงพวกนี้เขาก็รู้ว่าเรื่องกระจอกงอกง่อยเยี่ยงนี้คงจะนำมาเป็นเหตุผลของรัฐประหารได้ลำบาก แต่ลึกๆ คงหวังจะเอามาเป็นขั้นต้นของแผนใหญ่ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่านั้น แผนอื่นๆ ซึ่งยังมิได้ปฏิบัติเหล่านี้ รวมไปถึงการทำลายสัญลักษณ์ของสถาบันระดับสูงแล้วโยนให้เป็นความผิดของฝ่ายประชาธิปไตยด้วย นั่นจึงมีน้ำหนักพอที่เขาจะผลักเมืองไทยกลับไปสู่วงจรอุบาทว์
แต่เมื่อคนทั้ง ๗ กลายเป็น “โจ๊ก” ข้ามชาติจนแผนขั้นแรกล่มลงเสียแล้ว โอกาสที่ฝ่ายเขาจะลงบันไดไปจนถึงนรกภูมิที่เขานึกกันว่าเป็นสวรรค์ชั้นฟ้าของตัวเอง ก็หมดสิ้นลงไปด้วย
อย่างน้อยก็ต้องรอ เพราะคงทำซ้ำไม่ได้ในระยะนี้
ความจริงงานนี้พันธมิตรฯ เขาก็ลงทุนมาก เพราะมิได้ทำงานชิ้นเดียว พันธมิตรฯ ได้ไปตั้งเวทีในพื้นที่ต่างๆ หลายจังหวัดเพื่อปลุกเร้ากระแสต่อต้านกัมพูชาหลายครั้ง แต่ก็ผู้คนก็มาร่วมบางตาจนต้องขอแรงชาวอโศกมานั่งให้มีตัวคนเป็นๆ อยู่ในงานบ้าง
ฝ่ายทหารก็รับบทอื่นๆ ที่สอดรับกัน เช่น ส่งคนในเครื่องแบบเข้าไปลักลอบตัดไม้พยุงในกัมพูชาเพื่อยั่วยุเขา เป็นต้น ทหารกัมพูชาก็ยิงตอบโต้ แต่ไม่ปล่อยตัวจนถลำเข้าสู่การรบเต็มรูปแบบอย่างที่ผู้ยั่วยุสัญชาติไทยหวัง พอเขาฉลาดรู้ทันกว่าที่คิด กิจกรรมยั่วยุเหล่านี้ก็ฟาวล์ นักกิจกรรมรับจ้างทั้งที่ใส่เครื่องแบบและไม่ใส่ก็ข้ามแดนกลับมาอย่างอายๆ
นายวีระฯ นายพนิชฯ และพวกจึงมิได้แสดงความกล้าหาญอะไรตามที่เขาหวังจะให้คนทั่วไปเห็นและรู้สึก แต่เป็นคนชนิดที่รับคำสั่งมาแล้วก็ดั้นด้นทำไป ไม่ว่าโง่หรือฉลาดก็ขอให้ได้ทำ สุดท้ายคนที่มีปัญหาคือคนใหญ่ที่แอบสั่งการอยู่เบื้องหลัง ที่ตีสนุกเกอร์ตัวเองจนไม่มีมุมถอยมุมหลีกอีกต่อไป
งานนี้ไม่เพียงแต่กัมพูชาจะหัวเราะ แต่สมาชิกอาเซียนอื่นๆ ยังรู้สึกปลงสังเวชว่าไม่มีปัญญาเล่นการเมืองในประเทศไทยกันดีกว่านี้แล้วหรือ
เขารู้กันทั้งนั้นว่าอะไรที่มันมาถึงปลายจนใกล้จะสุดแล้วนั้น มักจะเปราะบางและมีปัญหา แต่เขาคงไม่ได้เตรียมใจไว้ว่า ปัญหานั้นจะเกิดขึ้นจากการขาดสติและความปัญญาอ่อนของคนใหญ่คนโตในเมืองไทยผู้เคยได้รับความยกย่องสรรเสริญว่าเป็นอัจฉริยะชนิดเลิศคน สุดท้ายเขาก็ต้องสงเคราะห์กันว่าทุกอย่างย่อมมีวันเสื่อมลงและสุดท้ายก็คงสลายไป
ถึงวันนั้น ผู้มีอำนาจไทยจะได้พูดภาษาคนกับเขาได้ในโลกสากลเสียที.
เขารู้กันทั้งนั้นว่าอะไรที่มันมาถึงปลายจนใกล้จะสุดแล้วนั้น มักจะเปราะบางและมีปัญหา แต่เขาคงไม่ได้เตรียมใจไว้ว่า ปัญหานั้นจะเกิดขึ้นจากการขาดสติและความปัญญาอ่อนของคนใหญ่คนโตในเมืองไทยผู้เคยได้รับความยกย่องสรรเสริญว่าเป็นอัจฉริยะชนิดเลิศคน สุดท้ายเขาก็ต้องสงเคราะห์กันว่าทุกอย่างย่อมมีวันเสื่อมลงและสุดท้ายก็คงสลายไป
ถึงวันนั้น ผู้มีอำนาจไทยจะได้พูดภาษาคนกับเขาได้ในโลกสากลเสียที.
------------------------------------------------------------------
สนับสนุน "กาหลิบ" และทีมงาน สมัคร SMS-TPNews พิมพ์ PN กดส่งมาที่เบอร์ 4552146 สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน Call center : 084-4566794-5 (จ.- ศ. 10.00-18.00 น.)/e-mail : tpnews2009@gmail.com /บล็อก : wwwthaipeoplenews.blogspot.com
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)