ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

ซีรีส์ยุทธการตอแหลแห่งชาติ : ตอนที่ 44 คนพันธุ์พิเศษ


ซีรีส์ยุทธการตอแหลแห่งชาติ : ก่อนรัฐประหารตอนที่ 44 : คนพันธุ์พิเศษโดย : กาหลิบพิมพ์ครั้งแรก : กุมภาพันธ์ 2553 (หนังสือพิมพ์โลกวันนี้รายวัน)

*********************************************************************************
คนเขาเก่งเย็บปักถักร้อย จะจับไปแข่งกีฬาพุ่งแหลนก็จะกลายเป็นคนไร้ความสามารถ

*********************************************************************************
คนพันธุ์พิเศษ

กำลังเสี่ยงทายกันอย่างเมามันว่าใครจะบุญหล่นทับได้เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เห็นการรณรงค์หาเสียงแบบแปลกๆ ของคนอาจจะเรียกได้ว่าผู้ดีเก่าหลายคน ซึ่งจะไม่ยอมแสดงออกตรงๆ ว่าปรารถนาอะไรอยู่ในใจ แต่จะแสดงด้วยบทบาทที่สมควรได้รับรางวัลตุ๊กตาทองยิ่งกว่า เช่น แสดงความเห็นเชิงนโยบายออกมาดังๆ เดินทางกลับจากต่างประเทศโดยไม่มีลูกน้องห้อมล้อมรับใช้ (เพื่อให้สมกับรัฐบาล “สมถะ”) ให้คอลัมนิสต์เขียนสนับสนุน (หรือเล่นงานคนที่ดูจะเป็นคู่แข่งได้) ฯลฯ

คนที่เฝ้ามองอยู่เริ่มส่งเสียงเชียร์บ้าง ยี้บ้าง หรือบางคนก็มีคำถามอยู่ในใจ

เสียงซุบซิบเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของตัวบุคคล ความสำคัญคงไม่อยู่ตรงนั้นนัก สิ่งที่หลายคนเริ่มจะรู้สึกและหยิบมาเป็นประเด็นถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ คือภูมิหลังด้านวิชาชีพของคนที่ถูกเอ่ยนามขึ้นมาแต่ละคน
โดยเฉพาะคนที่รับราชการมาตลอด กับคนที่ไม่ใช่

ความเป็นข้าราชการหรือไม่ ดูจะกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการคัดเลือกรัฐมนตรีครั้งนี้ ถ้ามองอย่างวิเคราะห์ก็จะเข้าใจ ก็นายกรัฐมนตรีเองรับราชการทหารมาตลอดชีวิต ไม่เคยเบี่ยงไปในทิศทางอื่นใดเลย คนที่ท่านน่าจะไว้วางใจและ “รู้จัก” ก็คงวนเวียนอยู่ในระบบราชการ

ความจริงท่านจะหกคะเมนตีลังกาอย่างไรในการเลือก ก็เป็นสิทธิ์ของท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล

แต่ในเมื่อรัฐบาลมีผลต่อคนทุกคน ก็เลยต้องขอส่องกล้องเข้าไปดูหน่อย

ดูห่างๆ ก็พอจะเดากรอบความคิดของท่านได้บ้างแล้ว

คนเก่งเศรษฐกิจต้องอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

คนเก่งนโยบายต่างประเทศจะเป็นใครได้เล่า ก็กระทรวงการต่างประเทศ

นโยบายความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ใครจะเก่งกว่าทหาร เพราะฉะนั้นต้องตั้งให้ทหารเป็นกระทรวงมหาดไทยซับซ้อนอาศัยบารมีสูง หาอดีตปลัดกระทรวงมาสักคน เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ

นี่คือกรอบความคิดที่เชื่อว่าข้าราชการเป็นศูนย์กลางของราชอาณาจักรนี้

ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องลดลงไปเป็นตัวประกอบ แข่งบุญบารมีกับเขาอย่างไรไหว

ผมก็เชื่อมั่นครับว่าข้าราชการที่เก่งนั้น มีความสำคัญต่อบ้านเมืองและสมควรได้รับการยกย่องในทุกทางที่ทำได้

แต่โปรดอย่าลืมว่าข้าราชการถูกสร้างและพัฒนามาตลอดชีวิตเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบบและครรลองที่มีอยู่แล้วในบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อสร้างระบบและวางครรลองใหม่

น้อยจนแทบจะหาตัวไม่ได้เลย สำหรับข้าราชการที่เติบโตขึ้นสู่ตำแหน่งสูงๆ ได้โดยเปลี่ยนแปลงทุกอย่างรอบตัวมาตลอด ส่วนใหญ่ได้ดีเพราะทำตามคำสั่งได้ดี และได้รับรางวัลในวิชาชีพของตัวเมื่อพิทักษ์รักษาสิ่งที่เป็นจารีตประเพณีในการทำงานในหน่วยงานนั้นๆ ได้

ข้าราชการจึงอยู่ในกรอบหรือแนวความคิดอนุรักษ์นิยม ใครที่เป็นเสรีนิยมจนเกินไปจะทนอยู่ในระบบราชการไม่ไหว หรือบางทีระบบราชการก็ทนคนๆ นั้นไม่ไหว โยนออกไปนอกระบบก็เห็นมามากแล้ว

แต่เรากำลังกระเสือกกระสนเพื่อเอาตัวรอดในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงมากมายเหลือเกิน พูดกันจนปากฉีกไปถึงรูหูว่าผู้นำในทุกระดับต้องมีทัศนคติที่ดีต่อความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และสามารถผลักดันให้หน่วยงานของตนเองเจริญก้าวหน้าสอดคล้องกับโลก โดยไม่จมน้ำตาย

จะไปหาแบบนี้ที่ไหนในระบบราชการ?

ข้าราชการก็อย่าเพิ่งฉุนโกรธ ความเก่งกล้าสามารถของท่านนั้นมีมากและเป็นปัจจัยรักษาประเทศนี้มาตลอดด้วย แต่คำถามก็คือความเก่งนั้นตรงกับโจทย์ที่ประเทศไทยในกระแสโลกภิวัตน์ได้รับมาหรือไม่
คนเขาเก่งเย็บปักถักร้อย จะจับไปแข่งกีฬาพุ่งแหลนก็จะกลายเป็นคนไร้ความสามารถ

โดยสรุป คณะรัฐมนตรีในโลกปัจจุบันต้องเลือกสรรจาก “กรอบความคิด” ก่อน “ความรู้ความสามารถ” ครับ ยกเว้นจะไม่เอาจริงกับการยกระดับประเทศนี้.

-------------------------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น