ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

ทางรอดวันนี้สีแดง (๒) โดย กาหลิบ


คอลัมน์ : เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง : ทางรอดวันนี้สีแดง (๒)
โดย : กาหลิบ

ตอนต่อในวันนี้มาจากแรงบันดาลใจที่ได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เคยเป็น ส.ส. และอยากจะเป็นอีกทุกครั้งที่มีเลือกตั้ง หลังจากที่เขาคนนี้ได้อ่านบทความเรื่อง “ทางรอดวันนี้สีแดง” เมื่อสัปดาห์ก่อน
เขาพูดว่า “ผมอ่านที่คุณเขียนแล้วอยากบอกว่า มวลชนเสื้อแดงมีประโยชน์แน่ เพราะสุดท้ายก็จะช่วยหย่อนบัตรลงคะแนนให้พวกเรา ทำให้เราชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาลได้ แต่ระยะหน้าสิ่วหน้าขวานอย่าให้แสดงออกชัดเจนนักเลย เพราะที่ผ่านมาขบวนการเสื้อแดงก็อื้อฉาว จะทำให้เรามีศัตรูมาก”

ผมมองตาเขานิ่งอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง พยายามจะอ่านว่าสติปัญญาตื้นเขิน อุปนิสัยมักง่าย หรือความคิดของเขามีอันตรายที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น สุดท้ายก็ต้องพูดกับเขาในสิ่งที่จะเขียนต่อไปจากนี้ และพูดโดยไม่ห่วงว่าจะเสียเพื่อนหรือไม่ ความคิดเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในหัวของคนๆ นี้คนเดียว ถ้าไม่ระงับยับยั้งกันไว้เสียแต่บัดนี้ ก็จะกลายเป็นพิษร้ายทำลายประชาธิปไตยได้

คุณรู้ตัวหรือไม่-ผมว่า-วันนี้พรรคของคุณเป็นฝ่ายพึ่งพาอาศัยมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยที่มีคนในชุดแดงเป็นสัญลักษณ์​ไม่ใช่มวลชนเขาพึ่งคุณ และไม่ได้มานั่งรอให้คุณใช้เขาเครื่องมือเอาชนะเลือกตั้งเท่านั้น เพียงแต่ว่ามวลชนยังขาดการจัดองค์กร ไม่มีทั้งองค์กรนำและแผนปฏิบัติงานที่ชัดเจน จึงทำให้มวลชนต้องรวมตัวกันตามมีตามเกิด โดยยึดเอาแนวทางของแกนนำนั้นๆ เป็นหลัก หากแกนนำดีและมีประสิทธิภาพก็รวมตัวกันได้นาน ถ้าแกนนำล้าหลัง วางอำนาจ และขี้โกง ก็จะเกิดวิวาทบาดหมางกันจนกลุ่มสลายไป เช่นที่เกิดมาจนนับกลุ่มไม่ถ้วน

ปัญหาในวันนี้อยู่ที่คนแบบคุณไม่มีปัญญาจัดตั้งองค์การนำและเป็นแกนนำที่มีจิตใจสูงพอสำหรับมวลชนที่เขาจริงจังและจริงใจต่างหากเล่า คุณถึงได้ถูกจำกัดอยู่แค่เกมเลือกตั้ง ซึ่งเป็นโลกทั้งโลกที่คุณรู้จัก ในขณะที่มวลชนตัวจริงเขากว้างขวางลึกซึ้งกว่าโลกแคบๆ นั้นมาก

เขาย้อนถามว่าแล้วจะให้ทำอะไร

สูงสุดของงานมวลชนในวันนี้คือการจัดตั้งทางความคิด ไม่ใช่การหาเสียงหรือจัดสร้างเครือข่ายหัวคะแนน ซึ่งเป็นงานรองที่ทำในภายหลังได้เสมอ

ความคิดที่ว่านี้คือ อนาคตของระบอบการเมืองการปกครองและโครงสร้างใหญ่ของเมืองไทย ที่มวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่เรียนรู้จากประสบการณ์ทางการเมืองเรื่อยมาตั้งแต่รัฐบาลประชาธิปไตยที่ได้ผล มาจนถึงเหตุการณ์ชิงอำนาจไปจากมือของประชาชนจนกระทั่งบัดนี้ หากไปถามด้วยศัพท์แสงสูงๆ แบบนักวิชาการ คงจะพูดไม่ถูกกันนัก แต่ถ้าถามความต้องการที่มันเป็นเนื้อในของภาษาเหล่านั้น เขาตอบได้ฉาดฉานกันทุกคน

คุณต้องขอร้องให้มวลชนชวนกันเข้าร่วมในกิจกรรมทางปัญญาเหล่านี้กันมากๆ ถ่ายทอดทัศนะที่เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเสมอภาค เสรีภาพ ความเคารพในกฎหมาย ความยุติธรรมที่บกพร่องอย่างหนัก สุดท้ายจึงชวนกันมาสู่กระบวนการเลือกตั้งภายใต้แรงกดดันทางสังคมเพื่อไม่ให้คดโกงในขั้นตอนดำเนินการและป้องกันการบิดพลิ้วเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิ์

ไม่ใช่ขึ้นต้นก็เลือกตั้งกันเป็นบ้าเป็นหลัง ชนิดแทบจะฉุดมือกันไป แถมยังฉุนโกรธคนที่ตักเตือน ทั้งที่คุณก็ยืนยันไม่ได้ว่าเราจะได้รับการปฏิบัติอย่างอารยะสมตามหลักการประชาธิปไตยหรือไม่ เมื่อ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่โดนโกงเจตนารมณ์ก็ยังไม่มีหน้าไหนวิเคราะห์ได้ว่าเหตุใดคราวนี้จะไม่เกิดการหักดิบเช่นนั้นอีก

สรุปแล้วคือ พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องทำตัวให้สมกับความเป็นเวทีสะท้อนทางการเมือง

ไม่ใช่สโมสรต่อรองผลประโยชน์หรือเฉือนคมกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมือง

เดินเข้าพรรคก็อย่าให้มวลชนรู้สึกเหมือนเข้าธนาคาร ไม่มีบรรยากาศของความอบอุ่นและการแลกเปลี่ยนทางความคิดเลยแม้แต่น้อย

จัดกันแบบนั้นฮวงจุ้ยอีกห้าร้อยตำราก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้

ผมลงท้ายกับเขาไว้ว่า ถ้าเราจัดตั้งเสื้อแดงอย่างจริงจัง เราจะเปลี่ยนประเทศนี้ได้เสมอ.

---------------------------------------------------------------------------------

1 ความคิดเห็น:

  1. ถูกต้องทำไมคนพวกนี้มาเป็นสส.ได้งัยกัน ถ้าไม่มีปัญญาก็ออกไป เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาประเทศจริงๆเข้ามาเหอะ หรือถ้าพวกคุณไม่กล้าก็สนับสนุนคนที่ต้องการเข้ามาร่วมกับทางพรรค และต้องเลิกอ้างท่านนายกทักษิณหากินเสียที เพราะท่านไม่โง่เหมือนพวกที่แอบบอ้างหรอก ต่อให้เลือกตั้งอีกกี่ครั้งก็จะยืนอยู่ข้างท่านนายกทักษิณ ไม่ใช่ว่างมงานแต่เพราะความเชื่อว่าท่านสามารถแก้ปัญหาของประเทศส่วนใหญ่ได้ และมีความเป็นลูกผู้ชายพอ

    ตอบลบ