ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2553

มือระเบิด โดย กาหลิบ


คอลัมน์ : เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง : มือระเบิด
โดย : กาหลิบ

แล้วเมืองไทย-เมืองพุทธก็มาถึงจุดนี้จนได้ ระเบิดที่ตูมตามขึ้นในที่ต่างๆ ทั้งที่ออกข่าวและปิดข่าวกันให้แซด กำลังทำให้ภาพลักษณ์เมืองไทยดูคล้ายตะวันออกกลางและบางประเทศในแอฟริกาขึ้นทุกที

น่าเสียใจและน่าผิดหวังเป็นที่สุด

ฝ่ายแค้นต่างๆ ก็นำเรื่องนี้มาโจมตีกันไม่เว้นวัน ฝ่ายอำนาจเดิมบอกว่ากลุ่มฮาร์คอร์ของเสื้อแดงเดิมเป็นคนทำ ฝ่ายเสื้อแดงประชาธิปไตยก็สวนกลับว่าฝ่ายรัฐไล่ฆ่า ตามล่า จับกุมคุมขัง และยัดข้อหาอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ จะไปทำได้อย่างไร ฝ่ายรัฐนั่นแหละที่สร้างสถานการณ์เพื่อคงอำนาจพิเศษเอาไว้

แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับว่า ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่สอบสวนหาข้อเท็จจริงจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครทำ ที่เห็นออกข่าวพาดพิงถึง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล-ผู้วายชนม์ บ้างใครบ้างนั้นคือกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อเพื่อผลทางการเมืองโดยแท้ ความจริงคืออะไรนั้นยังงงกันอยู่

ใครมีพรรคพวกในสำนักงานตำรวจแห่งชาติลองแอบถามดูสิครับ

ไม่รู้หรอก

นี่คือปัญหาใหญ่หลวงของเมืองไทยวันนี้

ระบอบอำนาจเก่าเริ่มรู้หรือยังว่า การบีบคั้นทางการเมืองจนไม่มีรูหายใจแล้วปิดประตูตีแมวกันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานนั้น สุดท้ายมันนำเมืองไทยไปสู่จุดไหน

การใช้อำนาจที่ไร้ความชอบธรรมเป็นทางลัดที่จะนำพาสังคมอารยะไปสู่ความเป็นกลียุค

ระเบิดและความรุนแรงต่างๆ นั้น ยากที่จะนำสังคมไปสู่เสรีภาพ สันติภาพ และความเสมอภาคอันเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย เรื่องนี้สาธุชนน่าจะรู้ดีอยู่ แต่สาธุชนรู้ด้วยหรือไม่ว่าการเข่นฆ่าทำลายล้างทางการเมืองที่ฝ่ายประชาธิปไตยตกเป็นเหยื่ออยู่ในขณะนี้อาจทำให้คนที่มีเหตุผลที่สุดกลายเป็นคนสิ้นคิดได้

เมื่อสิ้นคิดก็สิ้นปัญญา สัมมาทิฐิก็ถึงคราวสิ้นสุดหรือเจือจางลง

ความคิดทางต่ำทางชั่วหรือมิจฉาทิฐิไหลเข้ามาแทนที่ในช่องว่างนั้น

ในที่สุดความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ที่ล้วนขัดแย้งต่อหลักประชาธิปไตยพื้นฐานก็เกิดขึ้นได้

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะจู่ๆ ก็เกิดมีคนชั่วคนเลวขึ้นมาในเมืองไทย เหมือนเชื้อโรคที่แพร่เข้ามา หากระบอบและโครงสร้างเดิมที่เคยเป็นที่พึ่งที่ระลึกของผู้คนเป็นจำนวนมากนั่นต่างหาก ที่กลายเป็นความผิดหวังระคนสนเท่ห์

ไม่รู้จะพึ่งใครเขาก็หันหน้ามาพึ่งกันเอง

ผิดบ้าง ถูกบ้าง เขาก็ดั้นด้นกันไป

แล้วในที่สุดก็ต้องทำเหมือนประเทศปฏิวัติอื่นๆ คือต้องไปจนสุดทางแล้วย้อนกลับมาสมานแผลใหญ่น้อยที่เกิดขึ้นในกระบวนเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานนั้น บางทีใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี หรือข้ามรุ่นไปเลย

เห็นไหมว่า จากเดิมที่เขาขอเพียงมีรัฐบาลประชาธิปไตย เมื่อเขาตั้งแล้วก็อย่ามาทำลายของเขา ก็กลับทำลายอย่างทารุณโหดร้ายจนระบอบประชาธิปไตยเดินไม่ได้ เขากัดฟันเอากลับเข้ามาด้วยการเลือกตั้ง ก็ทำลายของเขาอีกเป็นครั้งที่สองที่สาม

มวลชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสงบสันตินานเป็นปีๆ ด้วยความอดทนอย่างยิ่งยวด ก็ฆ่าเขาทำลายเขาด้วยอาวุธสงครามที่ใช้เงินภาษีของเขาซื้อ จนเขาต้องคิดป้องกันตัวเองและโต้ตอบบ้างตามสิทธิของมนุษย์ผู้รักชีวิตของตน

ก็เลยเอาอาวุธที่มุ่งหน้าประหัตประหารกันอย่างปืนกับพลแม่นปืนหรือสไนเปอร์มาใช้ เพื่อฆ่าให้หมดให้สิ้น พร้อมกับโปรยคำว่า สมานฉันท์ สามัคคี ความรักชาติ ฯลฯ ออกมาให้เขาเจ็บปวดเพิ่ม
เกลียดระเบิดแค่ไหน คงไม่สงสัยกันแล้วว่าทำไมวันนี้ต้องมีระเบิด.

---------------------------------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น