ความยุติธรรมและความเสมอภาคที่แท้จริงไม่มีในโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเลือกข้างและกำหนดจุดยืนให้ชัดเจน เพื่อจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง
ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...
3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ
2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์
1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์
สด จาก เอเชียอัพเดท
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกล้อมไทย พ.ศ. 2552 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกล้อมไทย พ.ศ. 2552 แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552
โลกล้อมไทย พ.ศ. 2552 โดย จักรภพ เพ็ญแข
โดย : จักรภพ เพ็ญแขที่มา : คอลัมน์ "ผมเป็นข้าราษฎร" นสพ.ไทยเรดนิวส์ ฉบับที่ 22
ใครรู้ข่าวผู้นำอาเซียนออกอาการประท้วงเมืองไทยแล้วเกิดโมโหโทโสในทำนองคลั่งชาติหรือกูไม่กลัวมึง โปรดสงบจิตใจและฟังทางนี้สักนิด
แล้วจะรู้ว่าเขาประท้วงใครในเมืองไทย
สิ่งที่เกิดขึ้นเกือบจะเรียกได้ว่า ไม่น่าเชื่อ และเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในอาเซียนหรือสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ผู้นำเป็นจำนวนมากพร้อมใจกันแสดงออกอย่างชัดเจนขนาดนี้ต่อสมาชิกระดับก่อตั้ง (founding member) และมีเครดิตสูงอย่างไทย

คำประกาศของฮุนเซ็น หรือสมเด็จเดโช นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชานั้นยังไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นจุดยืนทางการเมืองของตัวท่านเองที่จะรักษาความเป็นเพื่อนกับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ขนาดเชิญมาอยู่ในประเทศอย่างถาวรและปลูกบ้านให้อยู่หนึ่งหลัง
จะกระเทือนซางพวกอิจฉาริษยาระดับสูงของไทยถึงขั้นรวมสังขารไม่ติด ท่านก็คงไม่ใส่ใจนัก
แต่เมื่อผู้นำในระดับหัวหน้ารัฐบาล ๕ ประเทศจากทั้งหมด ๑๐ ประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีสุสิโล บัมบัง ยุดโดโยโนแห่งอินโดนีเซีย สมเด็จพระราชาธิบดีฮาเซนัล บอลเกียห์แห่งบรูไนดารุสซาลัม นายกรัฐมนตรีสมเด็จฮุนเซ็นแห่งกัมพูชา

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัคแห่งมาเลเซีย และประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโยแห่งฟิลิปปินส์ พร้อมใจกันงดเข้าร่วมในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ ๑๕ ณ หัวหิน ประเทศไทย จนถึงขั้นต้องงดการถ่ายภาพหมู่ผู้นำตามประเพณี ตาทุกคู่ก็จ้องเข้ามาที่ประเทศไทย เพราะรู้ว่าผิดปกติ
บรรยากาศอันเงื่องหงอยเซื่องซึม พาให้สาระของการประชุมถดถอยไปด้วย คำกล่าวปิดประชุมของนายกรัฐมนตรีไทยที่ควรเป็นบทสรุปที่เปี่ยมไปด้วยความคิดและความริเริ่มดีๆ จากที่ประชุม กลับกลายเป็นเบี้ยหัวแหลกหัวแตก ขาดสาระที่เป็นหนึ่งเดียวและไม่มีความสร้างสรรค์ใดๆ
ความจริงใบหน้าของคุณอภิสิทธิ์ก็บอกทุกอย่างหมดโดยไม่ต้องพูดสักคำ รวมเอาความผิดหวัง ความสับสนงุนงง โทสจริต และความเบลอคิดอะไรไม่ออกไว้ในนั้นเสร็จสรรพ เรียกว่าโศกนาฏกรรมส่วนตัวก็ว่าได้ เดิมทีคนที่เขาจับตัวอภิสิทธิ์ขึ้นมาตั้งไว้ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเขาหวังว่าคนนี้จะเป็นหน้าตาของเขาในเวทีระหว่างประเทศได้ แล้วก็ผิดหวัง เพราะอภิสิทธิ์ภายใต้ความกดดันกลายเป็นคนที่หมดสิ้นแทบทุกอย่าง คิดไม่ออกบอกไม่ถูก และผู้นำอาเซียนอื่นๆ เขาก็มองด้วยสายตาที่สมเพช ทุกคนที่นั่งเรียงแถวหน้าเวทีในพิธีปิดประชุมที่หัวหิน ต่างรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและอภิสิทธิ์เป็นใคร
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกับประเทศที่เกิดปฏิญญากรุงเทพ พ.ศ.๒๕๑๐ และสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ประเทศที่คุณทักษิณในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสามารถจัดประชุมสุดยอดเอเปคได้อย่างสะท้านฟ้าสะเทือนดิน?
คำตอบที่ง่าย สั้น และตรงที่สุดคือ ความนับถือที่เขามีต่อรัฐบาลไทยหดหายไปจนหมดสิ้น เพราะเขารู้ว่าบัดนี้ผู้นำประชาธิปไตยของไทยถูกแทนที่ด้วยหุ่นเชิดของนักการเมืองหมายเลขหนึ่งของไทย ผู้ซึ่งเป็นนักการเมืองเขี้ยวลากดินที่ห่อหุ้มตัวเองไว้ในเกียรติยศมายาที่สร้างขึ้นและสะสมมานานปี ผนวกกับโฆษณาตัวเองซ้ำซากมากกว่านักการเมืองคนใดในประเทศ จนกลายเป็นการครอบงำอย่างสมบูรณ์
ถ้าไปแอบถามผู้นำเหล่านี้เป็นส่วนตัว จะพบว่าแต่ละท่านรู้ทั้งนั้นว่าใครเป็นตัวการใหญ่คอยป่วนประเทศไทยถึงขนาดนี้
การไม่ให้ความสำคัญกับคนในตำแหน่งอย่างคุณอภิสิทธิ์ เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าเขาไม่อยากเสียเวลากับหุ่นเชิดของใคร ยิ่งกระเซอะกระเซิงไปจัดประชุมถึงหัวหิน เพื่ออ้างความเป็นเขตพระราชฐาน เขาก็ยิ่งเข้าใจลึกซึ้งว่าชนชั้นปกครองของไทยกำลังว้าวุ่นแค่ไหนกับการปกป้องตัวเอง

สนใจแต่เรื่องของอำนาจและผลประโยชน์รอบตัว ไม่ได้คิดถึงบ้านเมืองและประชาชนเลยสักนิด อย่างนี้ก็เป็นเหตุให้มายาบางอย่างค่อยๆ หลุดออกทีละชิ้น เหมือนจิตรกรรมฝาผนังที่ไร้การบูรณะจนแม้ต่างชาติต่างภาษาเขาก็เริ่มสังเกตเห็น
ความล้มเหลวทางเกียรติยศในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ ๑๕ ความจริงเป็นอาการท้ายๆ แล้ว เพราะก่อนหน้านั้นแทบจะไม่มีผู้นำเด่นๆ ของโลกมาเยือนประเทศไทยเลย ไม่ว่าในฐานะแขกของรัฐบาลหรือพระราชอาคันตุกะ ผิดกับยุคประชาธิปไตยและเศรษฐกิจเฟื่องฟูที่หัวกระไดบ้านไทยไม่เคยแห้ง
งานที่ติดอันดับโลกอย่างตอนที่กราบบังคมทูลและกราบทูลเชิญกษัตริย์และพระราชวงศ์มาแสดงมุทิตาจิตถวายพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ อย่าได้คิดจัดอีกเลย ไม่มีทางเป็นไปได้ในเงื่อนไขปัจจุบันของไทย
อย่างเก่งก็จัดกันแค่นๆ เหมือนตอนเปิดสิ่งที่เรียกกันเสียหรูว่า “โทรทัศน์อาเซียน” หรือ “ASEAN TV” ในวันเดียวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน คือมีแต่นายกรัฐมนตรีไทย รัฐมนตรีไทย และเลขาธิการอาเซียนผู้เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ร่วมงานกันเต็ม หาตัวแทนของประเทศอื่นๆ ในอาเซียนทำยาไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะเขาเห็นเป็นเรื่องตลกขบขัน
ผู้นำของระบอบอำมาตยาธิปไตยไทยจงรู้ไว้เถิด คุณได้ทำลายเกียรติยศชื่อเสียงของชาติถึงขั้นที่เขาเห็นเราเป็นตัวตลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปเรียบร้อยแล้วคิดแล้วก็ใจหาย ในช่วงก่อนและหลังการประชุมเอเปคที่รัฐบาลทักษิณเป็นเจ้าภาพ ไทยเคยเนื้อหอมขนาดที่ได้รับการทาบทามจากมหาอำนาจที่ใหญ่ที่สุดของโลกถึง ๓ ชาติเพื่อเยือนเมืองไทยพร้อมกับเข้าร่วมประชุมด้วย นั่นคือประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุชแห่งสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย และประธานาธิบดีหู จิน เทาของจีน มาคราวนี้ผู้นำอาเซียนและมหาอำนาจกลับเลี่ยงที่จะเยือนประเทศไทยก่อนหรือหลังการประชุมสุดยอด ทันทีที่ปิดประชุมต่างรีบเดินทางออกจากหัวหินเหมือนคนรังเกียจกัน
พูดประสาชาวบ้านได้ว่าเขาเดินทางมาร่วมประชุมในเมืองไทยกันตามหน้าที่ แต่ไม่มีความรู้สึกอยากคบกับรัฐบาลไทยเหมือนที่เขารู้สึกสมัยเอเปค ความขัดแย้งในหมู่คนไทยที่แบ่งสีแบ่งฝ่ายกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่เทียบไม่ได้เลยกับฐานะที่ตกต่ำของไทยในสายตาโลกที่วัดและประเมินได้จากงานนี้ เศรษฐกิจระหว่างประเทศของไทยที่ต้องพึ่งพาและพึ่งพิงชาติอื่นๆ จะเดินต่อไปอย่างราบรื่นได้อย่างไรเมื่อตรายี่ห้อของไทยไม่ศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม
แล้วอย่ามาพูดพล่อยๆ ว่าต่างชาติต่างภาษาเขาคิดขนาดนี้เพราะคุณทักษิณหรือมีใครจากเมืองไทยเที่ยวไปบังคับเขา ผมเคยได้ยินอะไรแบบนี้มาบ้างและรู้ทันทีว่าเป็นความคิดปัญญาอ่อนของพวกอำมาตย์ไทยที่คลานกันอยู่แถวนั้นโดยแท้ เขารู้กันทั่วในโลกาภิวัตน์ว่า หาใครไปบังคับใครได้ยากนักในโลกใบนี้
ความรักชอบในประชาธิปไตยและความรังเกียจระบอบเผด็จการโดยตรงและแอบแฝงเป็นความบริสุทธิ์จริงใจของเขาที่ใครไปบังคับไม่ได้
ช้างตายทั้งระบอบ ครอบด้วยใบบัวไม่ไหว
เรื่องมันก็เท่านั้นครับ.
----------------------------------------------------------------------------------
TPNews (Thai People News): ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย เที่ยงตรง แม่นยำ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146
ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน (เฉพาะ DTAC 30 บาท/เดือน)
Call center: 084-4566794-6 (จ.- ศ. 9.30-17.30 น.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)