ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 095. กษัตริย์ชิงออสการ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 095. กษัตริย์ชิงออสการ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

กษัตริย์ชิงออสการ์ โดย กาหลิบ


คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง กษัตริย์ชิงออสการ์
โดย กาหลิบ

คนที่ชอบดูหนังทั่วโลกคงจะรู้จักรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกขานกันทั่วไปว่า รางวัลออสการ์ เป็นอย่างดี เมื่อวานนี้สถาบันผู้จัดได้ประกาศรายชื่อภาพยนตร์และบุคคลที่ได้เข้ารอบสุดท้ายประจำปีล่าสุดนี้อย่างระทึกใจ ปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่อง “The King’s Speech” ซึ่งเป็นผลงานจากอังกฤษ ได้รับการเสนอชื่อมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งคือ ๑๒ รางวัล และผู้แสดงนำฝ่ายชายคือ โคลิน เฟิร์ธ ก็ได้รับการคาดหมายว่าน่าจะคว้ารางวัลผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยมมาครอง วันประกาศรางวัลคือ ๒๗ กุมภาพันธ์ปีนี้

ใครจะได้หรือไม่ได้อย่างไร เราคงไม่ได้นำมาพูดกันตรงนี้เพราะไม่ใช่เรื่อง แต่สิ่งที่น่าสะดุดใจเป็นที่สุดเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อมากที่สุดเรื่องนี้ คือความที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ของอังกฤษโดยตรง และเป็นเสี้ยวหนึ่งจากประวัติศาสตร์จริงของ “พระราชบิดา” คือพระเจ้าจอร์ชที่ ๖ ผู้เป็นพระราชบิดาและเป็นกษัตริย์องค์ก่อนสมเด็จพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ ๒ ผู้ครองราชย์อยู่ในปัจจุบัน

เรื่องที่นำมาสร้างมีพื้นฐานจากความจริง และเรื่องที่นำมาเสนอนั้นก็มิใช่เรื่องบวก ถึงจะลงท้ายดีแบบที่เรียกว่า happy ending ก็ตาม

หนังเรื่องนี้เล่าถึงกษัตริย์องค์หนึ่งของอังกฤษ ผู้เกือบจะไม่ได้ขึ้นครองราชย์และเกือบถูกปลดจากกษัตริย์ เพราะปัญหาความทุพพลภาพทางร่างกายอย่างหนึ่ง นั่นคือเป็นคนพูดติดอ่าง

ผู้กำกับภาพยนตร์คือ ทอม ฮูเปอร์ เล่าเรื่องที่ออกจะประหลาดนี้อย่างน่าทึ่ง เรื่องง่ายๆ แต่ชวนให้เราติดตามได้อย่างระทึกใจ และร่วมลุ้นไปกับ “ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” ตลอดเรื่อง เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ใส่เข้ามาอย่างพอเหมาะพอดีจนออกมาเป็นหนังประวัติศาสตร์สถาบันกษัตริย์ที่น่าติดตาม อารมณ์ขันก็ไม่ล้ำเส้น และความนับถือในโบราณราชประเพณีก็ยังดำรงอยู่ท่ามกลางอารมณ์ขันและรอยยิ้มนั้น

รายละเอียดจากภาพยนตร์เรื่องนี้ขอไม่เล่า แต่แนะนำให้ท่านที่สนใจไปหาชมกันเอาเอง

ดูหนังเรื่อง “The King’s Speech” แล้ว สิ่งที่วิ่งตรงเข้ามาสู่ความรู้สึกนึกคิดคือ ประเทศอารยะที่เขายังคงรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้เป็นศรีแก่บ้านเมืองนั้น เขานำเรื่องของสถาบันนี้มาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ตลอดและอย่างกว้างขวาง

ผลการวิจารณ์ดังกล่าวแทนที่จะเป็นการ “หมิ่น” หรือทำให้เกิด “ระคายเคือง” กลับทำให้คนทั่วไปมองเห็นความงามของสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่ควรเป็น

นั่นคือเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

พระเจ้าจอร์ชที่ ๖ เป็นคนธรรมดาที่ต้องทำหน้าที่พระมหากษัตริย์ เมื่อติดอ่าง ก็รู้สึกทุกข์ร้อนและต้องแสวงหาทางที่จะพูดได้อย่างปกติ เพื่อทำหน้าที่พระมหากษัตริย์ เหมือนคนธรรมดาๆ ที่ต้องหาทางดับทุกข์ของตนเองไม่ว่าจะทุกข์เล็กหรือใหญ่

การต่อสู้กับตัวเองด้วยหัวใจที่ถูกสั่งสอนให้อดทนมากเป็นพิเศษ ซึ่งบางคนอาจเรียกให้สวยหรูว่า “ขัตติยะมานะ” ก็เป็นบทเรียนสำหรับคนธรรมดาเดินดินผู้มิใช่เทพ มิใช่พรหม ไม่มีอำนาจจะไปไล่ล่าฆ่าฟันราษฎรที่ไหน

แต่เป็นผู้ใช้ความพยายามอย่างสูงส่ง ให้ได้รับความรักใคร่นับถือ และความยอมรับอย่างแท้จริงจากประชาชนของตนเอง

บทบาทที่แสดงออกต่อสังคมก็เป็นการรักษาไว้ซึ่งครรลองทางวัฒนธรรมและสังคมของชาติโดยเอาตัวเองและครอบครัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้คนทั้งชาติเขาอยากประพฤติปฏิบัติตาม บทบาทใดๆ ที่คนเขาลงความเห็นทั่วกันว่าชั่วว่าเลวก็อย่าเฉียดกรายเข้าไปใกล้

สิ่งที่ได้เห็นจากภาพยนตร์เรื่อง “The King’s Speech” จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของทุกสังคมที่กำลังดูสถาบันพระมหากษัตริย์ของตนเองอย่างพินิจพิเคราะห์และประเมินค่า ในข้อที่ว่า จะรักษาเอาไว้ให้งามอย่างไรในพุทธศักราชนี้

อย่ามาพูดกันง่ายๆ ว่าของฉันเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ไม่อย่างนั้นจะยื่นหน้าไปรับอินเตอร์เน็ต 3G เทคโนโลยีดิจิตอล และความก้าวหน้าอื่นๆ ของโลกหาพระแสงอันใด

ดูหนังเรื่องนี้แล้วลองคิดใคร่ครวญให้ดีว่า ระหว่างการไล่ฆ่า-จับติดคุก และการเปิดรับความรู้สึกของสังคมอย่างคนใจสูง วิธีใดจะรักษาสถาบันไว้ได้ดีกว่ากัน

แต่ก็อย่างว่า... คนที่ “หลง” ขนาดเห็นว่าราษฎรมีศักดิ์ศรีต่ำกว่าสัตว์เลี้ยงของตน ดูสิบรอบก็คงดักดานเท่าเดิม.

-----------------------------------------------------------------------------------
สนับสนุน "กาหลิบ" และทีมงาน สมัคร SMS-TPNews พิมพ์ PN กดส่งมาที่เบอร์ 4552146 สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน Call center : 084-4566794-5 (จ.- ศ. 10.00-18.00น.)/e-mail : tpnews2009@gmail.com /บล็อก : http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com/