ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 159. สิทธิ์ในการฆ่าคน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 159. สิทธิ์ในการฆ่าคน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สิทธิ์ในการฆ่าคน โดย กาหลิบ


คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง สิทธิ์ในการฆ่าคน

โดย กาหลิบ


    

ใครไม่รู้ว่าเมืองไทยเราอยู่ในระบอบเผด็จการซ่อนรูปและหลงละเมอว่าจะพัฒนาประเทศลูกเดียวโดยไม่พัฒนากลไกการเมืองเลยนั้น ถือเป็นความหลงชนิดใหม่ ใครไม่เคยได้ยินว่า ประชาธิปไตยเมืองไทยเป็นละครสลับฉากของผู้กุมอำนาจที่แท้จริง ถือว่าประสาทหูพิการ และใครมองไม่เห็นว่าเหตุการณ์ทุกอย่างกำลังนำไปสู่ความสูญเสียในสิทธิ์การเมืองของประชาชนอีกครั้งในเวลาไม่นานนัก ก็ต้องถือว่าตาบอดไม่น้อยไปกว่าเขา

    

หลักฐานชิ้นใหม่คือ ผลสอบสวนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเรียกว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ ที่ปัจจุบันนำโดยตัวประธานคือคุณอมรา พงศ์ศาพิชญ์

    

สิ่งที้เกิดขึ้นสองอย่างคือ หนึ่ง-การเลื่อนเผยแพร่รายงานดังกล่าวนั้นให้พ้นจากการเลือกตั้ง สอง-เนื้อความรายงานที่สรุปว่าการฆ่าหมู่ประชาชนเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๓ รัฐบาลเป็นฝ่ายถูก และประชาชนเป็นฝ่ายผิด

    

สองประเด็นนี้มีความเกี่ยวโยงกันอย่างลึกซึ้ง

    

สาระสำคัญของรายงานฉบับนี้ระบุว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เป็นการก่อการร้ายตามความหมายของกฎหมายไทย เพราะมีกองกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมมูล รัฐบาลชุดนั้นจึงมีสิทธิที่จะใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมได้ รัฐบาลจึงไม่มีความผิด 

    

แต่รายงานกลับมิได้ชี้ข้อเท็จจริงว่า ประชาชนที่ถูกสังหารอย่างจงใจด้วยการใช้พลแม่นปืนจ่อยิงเป็นคนๆ ในที่โล่งแจ้งและในเวลากลางวันแสกๆ นั้น มิได้มีอาวุธใดในตัวเลย หากกองกำลังติดอาวุธมีจริง เหตุใดเหยื่อเหล่านี้จึงมิได้รับการปกป้องคุ้มครองใดๆ อาวุธเล็กน้อยที่อ้างกันว่าค้นพบในที่ชุมนุมก็เป็นอาวุธพกพาส่วนบุคคลทั้งสิ้น ตามหลักฐานอันชัดเจนในมือเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ

    

เราจึงต้องตั้งคำถามอย่างจริงจังต่อ “องค์การอิสระ” ของคุณอมราฯ ว่าเอาสิ่งใดมายืนยันความชอบธรรมของรัฐบาลชุดนั้นในการฆ่าประชาชน 

    

จะปล่อยโจรเข้าวัดทั้งที ควรตรวจสอบให้รัดกุมเพื่อรักษาพระศาสนาเสียหน่อยไม่ดีหรือ?

    

เมื่อรู้ว่าผลสอบสวนเป็นเช่นนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงมีมติในหมู่กันเองเลื่อนการเผยแพร่ผลการสอบสวนนั้นมาจนหลังการเลือกตั้ง ๓ ก.ค. ๒๕๕๔ 

    

ชะรอยจะกลัวว่าความแค้นของประชาชนผู้สนับสนุนขบวนประชาธิปไตยจะกระทบต่อการเลือกตั้ง เพราะเลือกตั้งเที่ยวนั้นมีทั้งพรรคเหยื่อและพรรคฆาตกรมือเปื้อนเลือดลงสนามกันพร้อมหน้าตามคติปรองดอง 

    

ถ้าเป็นอารยประเทศที่มีกรอบความคิดที่ก้าวหน้ากว่าปรองดองระหว่างพระกับโจรแล้วนำมาหารสอง การเลื่อนสาระสำคัญของสังคมเช่นนี้ย่อมชวนให้เราสอบสวนทวนพยานกันว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้เจ้าของประเทศได้รู้ว่าเขาเป็น “อิสระ” กันเพื่ออะไรและเพื่อใคร

    

ถามชัดๆ คือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นคณะกรรมการเพื่อสิทธิของใครกันแน่

    

สิทธิของรัฐ?

    

สิทธิของศักดินา?

    

สิทธิที่จะครองอำนาจเผด็จการ? 

    

สิทธิของระบบราชการและข้าราชการหรือคนของรัฐโดยรวม?

    

แค่สี่กลุ่มข้างบนนี้อ้างใช้สิทธิ์ ก็ไม่เหลืออะไรในกรอบมนุษยชนให้ประชาชนไปเรียกร้องส่วนแบ่งด้วยแล้ว 

    

เหมือนเรื่องงบประมาณที่เทียบกับไอศครีมแท่ง คนข้างบนเลียคนละแผล็บแล้วส่งต่อลงมาจนถึงประชาชน ประชาชนคนสุดท้ายก็ได้แต่ไม้เปล่าๆ หรือบางทีไม่เหลือไม้เลยด้วยซ้ำ 

    

อำนาจอธิปไตยก็ไม่ต่างจากนั้น

    

เราจะจดจำสาระของรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครั้งนี้ไว้ เมื่อถึงเวลาเหมาะควรเราจะได้ยกบัญชีผู้ทำลายประชาธิปไตยขึ้นสู่ศาลประชาชนในคราวเดียว.



--------------------------------------------------------------------------------

ช่วยสนับสนุน SMS-TPNews พิมพ์ PN กดส่งมาที่เบอร์4552146 สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน รายได้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย Call center : 084-4566794-5 (จ.- ศ. 10.00-18.00น.)/e-mail : tpnews2009@gmail.com/บล็อก :http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com/