ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 175. อำนาจเบื้องหลังนโยบาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 175. อำนาจเบื้องหลังนโยบาย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง อำนาจเบื้องหลังนโยบาย

โดย กาหลิบ


ถึงเวลาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างนี้ สีสันของเกมการเมืองก็ทวีความเข้มข้นขึ้นด้วย เสียงของฝ่ายค้านดังพอๆ กับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งก็เป็นครรลองอันเหมาะสมหากไม่มีใครอยู่เบื้องหลังคอยเสียบฝ่ายค้านเข้ามาเป็นรัฐบาลด้วยวิธีฉ้อฉลแบบเก่า แต่เมื่อการเมืองไทยยังไม่ปกติ เราก็ต้องจับตาทุกขั้นตอน และจับตาทั้งฝ่ายเขาและฝ่าย เรา

วันนี้คงไม่ต้องวิสัชนาเรื่องนโยบาย เพราะรัฐบาลมีหน้าที่ต้องแถลงเสียก่อน แต่อยากเตือนเพื่อนฝูงพี่น้องด้วยความรักใคร่ชอบพอกันว่า อย่าลืมว่าที่ได้มานั่งและยืนแถลงนโยบายในวันนี้ได้นั้น มันมาจากความช่วยเหลือของใคร?

พูดภาพรวมเลยทีเดียวว่า ศักดินา-อำมาตย์เขาสกัดกั้นอย่างสุดฤทธิ์มาตั้งแต่ปลายรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘-๒๕๔๙ เพื่อมิให้แนวทางประชานิยมและรัฐบาลจากประชาชนมีอำนาจชี้นำบ้านเมืองนี้ได้นานนัก อุปกรณ์ของเขาก็มีตั้งแต่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย NGOs สายหมอประเวศฯ และเครือข่าย สหภาพแรงงานสายอนุรักษ์นิยม นักวิชาการสายสะพาย สื่อมวลชนสายหลวง สื่อมวลชนในอุปถัมภ์ของทหาร นักธุรกิจสัมปทานและเครือข่าย ๑๑ ตระกูล ผู้พิพากษาตระลาการบางส่วน ไปจนถึงพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย

ถ้านโยบายประชานิยม หรือนโยบายชื่อใดก็ตามที่ทำตรงให้กับประชาชนดังมาจากคนเหล่านี้ ก็ต้องคอยเตือนกันไว้ว่าเขาไม่ได้คัดค้านนโยบายตามเนื้อผ้า แต่เขามีธงคัดค้านเพื่อโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายประชาชนเอาไว้แล้วล่วงหน้า

หน้าที่ของรัฐบาลคือมุ่งหน้าไปตามเสียงเรียกร้องของประชาชนส่วนใหญ่ สดับตรับฟังเสียงข้างน้อย แต่ไม่ต้องเต้นตามทุกเรื่อง และไม่ลืมว่าได้รับอำนาจอันชอบธรรมมาบริหารประเทศโดยตรง

เรื่องอะไรจะไปชะงักเพียงเพราะถูกผู้ที่มีอาชีพ นายหน้ากล่าวทัก

รัฐบาลทุกชนิดมีไว้เพื่อการชี้นำและใช้อำนาจเพื่อบังคับทิศทางของประเทศทั้งนั้น การใช้อำนาจจึงถือเป็นหน้าที่อันพึงปฏิบัติ ไม่ต้องกระทำอย่างเหนียมอายหรือซ่อนเร้นเลย โดยเฉพาะรัฐบาลอย่างปัจจุบันซึ่งเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง ยิ่งต้องแสดงว่าประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐ โดยใช้อำนาจผ่านตน

ส่วนจะใช้อำนาจนั้นอย่างเหมาะสมหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องใช้กลไกหลายชนิดควบคุมเพื่อมิให้คิดกำเริบเสิบสานอยากเป็นเผด็จการเหมือนพวกศักดินา-อำมาตย์เขา

ทั้งหมดเพื่อหนุนให้ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกท่าน ได้โปรดใช้อำนาจของท่านให้เต็มที่ โดยไม่ลังเลเลย หากใช้อำนาจนั้นโดยถูกต้องตามหลักประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และสอดคล้องต่อนโยบายของรัฐบาล

หากต้องชนกับแนวคิดที่ขัดขวางประชาธิปไตยจนอยู่ได้ไม่นาน ก็จงยอมรับ และออกมาสู้กับมวลชนอย่างมีเกียรติยศเสียในทันที

การเป็นรัฐบาลได้ยาวนาน แต่ต้องแลกกับหลักการเช่นว่านั้น อาจจะทำให้ศักดิ์ศรีของรัฐบาลเสื่อมโทรมลง สุดท้ายเมื่อการยอมรับนับถือจากประชาชนลดลงถึงขีดอันตราย ความชอบธรรมที่ประชาชนมอบผ่านชัยชนะในการเลือกตั้งก็จะลดลงจนหมดสิ้นไปได้ด้วย

จึงขอฝากไปถึงรัฐมนตรีบางกระทรวงที่เริ่มประสานเสียงกับอำนาจเก่า ให้ยุติท่าทีเช่นนั้นเสีย ท่านอาจอยู่ได้นานขึ้นสักสามเดือนจากการทิ่มแทงประชาชนเพื่อเอาใจผู้มีอำนาจ โดยหวังว่าเขาจะชื่นชมพอใจและเห็นเป็นพวก สุดท้ายเขาจะ ฆ่าท่านตามคนอื่นไปในไม่ช้า เขาแบ่งฝ่ายกับท่านมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วแต่ท่านไม่รู้ นึกว่าการสอพลอตื้นๆ จะตบตาเขาได้

ยิ่งเมื่อท่านกล้ายืนคนละซีกกับมวลชนผู้ชอบธรรม ทั้งที่ท่านเป็นหนี้บุญคุณประชาชนมาอย่างใหญ่หลวง เขายิ่งรู้ว่าเขาฆ่าท่านได้และจะไม่มีใครพุทโธให้

ใช้อำนาจให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกกาลเทศะ โดยไม่ต้องคอยให้เผด็จการบอกบท แล้วชีวิตจะเจริญก้าวหน้าในระบอบประชาชน.

-----------------------------------------------------------------------------

สนับสนุน SMS-TPNews พิมพ์ PN กดส่งมาที่เบอร์ 4552146 สมัครวันนี้ ใช้ฟรี14วัน ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน รายได้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย Call center : 084-4566794-5 (จ.- ศ. 10.00-18.00น.)/e-mail :tpnews2009@gmail.com/บล็อก :http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com