ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

ผู้นำการต่อสู้แนวปฏิวัติ...

3. อ.ปิยบุตร-อ.วรเจตน์-คุณดอม-ป้าโสภณ รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์ฯ

2. "ท่านวีระกานต์" รำลึกสี่ปีการจากไป...ลุงสุพจน์

1.จักรภพ รำลึกสี่ปีฯ.. ลุงสุพจน์

สด จาก เอเชียอัพเดท

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ซีรีส์ยุทธการตอแหลแห่งชาติ : ตอนที่ 30 ความอ่อนของไทยรักไทย


ซีรีส์ยุทธการตอแหลแห่งชาติ : ก่อนรัฐประหาร

ตอนที่ 30 : ความอ่อนของไทยรักไทย

โดย : กาหลิบ
พิมพ์ครั้งแรก : กุมภาพันธ์ 2550

*********************************************************************************

สื่อมวลชนทั่วโลกพิศวงงงงวยว่าทำไมสื่อมวลชนไทยจึงได้มีเสรีภาพในการเลือกข้างและแบ่งข้างถึงขนาดนั้น

*********************************************************************************

ความอ่อนของไทยรักไทย


ตั้งแต่เกิดวิกฤติการเมืองอันเนื่องจากม๊อบเป็นต้นมา เราก็ได้เห็นวิธีเล่นเกมของหลายฝ่ายหลายวิถีทาง มือเก่าบ้าง มือใหม่หัดขับบ้าง ชุลมุนวุ่นวายไปหมด

ถ้าตัดประเด็นส่วนรวมออกไปสักหนึ่งนาที เราจะพบว่าความเขี้ยวไม่เขี้ยวของผู้เล่นในวิกฤติแบบนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะระงับวิกฤติหรือทำให้วิกฤติยิ่งฟุ้งกระจายไปได้

พูดง่ายๆ คือนอกจากจุดแข็งของผู้เล่นที่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความอยู่รอดและชัยชนะ ความสำคัญยังอยู่ที่จุดอ่อนอีกด้วย

เห็นได้ชัดคือกรณีของพรรคไทยรักไทย ที่อ่อนและอ่อนเต็มทีในเชิงการเมือง

ระเบิดเฉี่ยวที่ทำการพรรคไปแท้ๆ พรรคประชาธิปัตย์ยังเก็บมาใส่สีสันเสียน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าสงครามเวียดนาม จนคนที่สดับตรับฟังต้องใจเต้นโครมครามไปตามๆ กัน ขณะที่หัวหน้าพรรคไทยรักไทยและเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ด้วย จะถูกสังหารผลาญชีวิตอยู่รอมร่อ ยังกลายเป็นขี้ปากให้ฝ่ายที่ขาดข้อมูลทั้งหลายคุยกันสนุกครื้นเครงว่าจัดฉากเอง

เรื่องของเขี้ยวแท้ๆ

บริหารประเทศมาห้าปีเต็มๆ ผลงานล้นปรี่จนไม่รู้จะหยิบเรื่องไหนมาประชาสัมพันธ์ก่อน พอประชาธิปัตย์ลอกเอาโครงการรถไฟฟ้าของตัวมาเสนอ ๗ สาย (จากของไทยรักไทย ๑๐ สาย) ก็เกิดตื่นเต้นว่าคนจะเชื่อว่าประชาธิปัตย์ในทำนองมาทีหลังดังกว่า ทั้งๆ ที่รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์รวมกันระหว่างสองชวน หนึ่งบัญญัติ กับหนึ่งอภิสิทธิ์ ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมมาเทียบได้

แต่ปี๊บไทยรักไทยมันคงเต็มเกินไป ตีเท่าไหร่มันก็ดังตุบ ไม่ยักกะเปรี้ยงปร้างกระดอนไปไกลเหมือนปี๊บเปล่าของประชาธิปัตย์

นายกรัฐมนตรีไทยรักไทยจัดงานถวายในวโรกาสหกสิบปีที่ทรงครองราชย์ จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณทรงชมเชยรัฐบาล ระหว่างเสด็จฯ ออกสีหบัญชรว่าจัดงานได้เรียบร้อยดี ยังปล่อยให้คนที่ชอบสร้างความร้าวฉานในสังคมไทยปล่อยข่าวได้อย่างหน้าตาเฉยว่ามีความขัดแย้งกับเบื้องสูง

เลยไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าพ่อไอที เพราะข่าวปล่อยพวกนี้มากับเว็ปไซต์เสียมาก

สื่อมวลชนในสังกัดของรัฐมีเยอะ สมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล คงยังจำยุคของคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์กันได้ว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นกำกับกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. ได้อร่อยแค่ไหน มาในยุคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลบ้าง ยังไม่ทันพูดอะไรกับสื่อของรัฐสักคำ ข่าวของช่อง ๙ ที่เป็นของรัฐเอง ออกมาทิ่มตำรัฐบาลเหมือนเป็นลูกกำพร้าไม่มีพ่อแม่คอยดูแล

แล้วยังพูดออกมาได้ว่าแทรกแซงสื่อ

หนังสือพิมพ์ส่วนมากดุด่ารัฐบาลอยู่ทุกวัน ชนิดหาดีไม่เจอ ทั้งๆ ที่คนหลายสิบล้านทั่วประเทศเขายังรักใคร่และศรัทธาในรัฐบาลไทยรักไทย จนสื่อมวลชนทั่วโลกพิศวงงงงวยว่าทำไมสื่อมวลชนไทยจึงได้มีเสรีภาพในการเลือกข้างและแบ่งข้างถึงขนาดนั้น

นั่นล่ะครับ รัฐบาลรังแกสื่อ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็สลบเหมือดนอนอยู่นั่น

เหล่านี้คือเขี้ยวที่ไทยรักไทยจะต้องหัดปลูกหรือไม่ก็ยืมมาสักชุดจากประชาธิปัตย์

จะทำอะไรเลวร้ายก็ตะโกนดังๆ ว่าอีกฝ่ายหนึ่งทำ คนจะได้มองไปทางนั้น ตัวเองจะได้มุดดินทำอะไรไปตามสบาย

เอะอะก็ว่าแทรกแซงสื่อไว้ก่อน เพราะรู้ดีว่าโดยโครงสร้างแล้วสื่อทั้งหลายไม่ชอบได้ชื่อว่าเชียร์รัฐบาล วีรชนในวงการสื่อเกิดขึ้นมาได้เพราะตั้งตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลทั้งนั้น

ไม่ต้องคิดนโยบายใหม่ๆ ให้เมื่อย คอยด่าสิ่งที่พรรคฝ่ายตรงกันข้ามคิดออกมาสบายกว่า

อะไรทำท่าจะประสบความสำเร็จ ให้รีบบอกว่าคนทำมีผลประโยชน์ทับซ้อน ความดีมันจะได้ถูกบดบังด้วยความสงสัยของคน

พอนึกเรื่องด่าไม่ออก ให้ตะโกนไว้ก่อนว่าคนรวยจะต้องเลว เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าในสังคมที่มีคนจนมากๆ คนรวยวางตัวลำบาก

และที่สำคัญที่สุดคือไทยรักไทยต้องไม่ลืมว่าตัวอยู่เมืองไทย

-----------------------------------------------------------------------------


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น